ทำไมเราต้อง ตรวจสุขภาพก่อนทำงาน และมี ข้อดีอะไรบ้าง ?

ตรวจสุขภาพก่อนทำงาน

                กฎหมายของไทยเรานั้นไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพก่อนทำงานและไม่มีบัญญัติข้อไหนอีกเช่นกันที่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพก่อนทำงาน และหลาย ๆ คนเคยสงสัยไหมครับ ? ว่าทำไมตัวเราถึงต้องตรวจสุขภาพก่อนทำงาน ทั้ง ๆ ที่ตัวเรายังแข็งแรงขนาดนี้ ในบทความนี้เราได้รวบรวมเหตุผลมาไว้ทุกคำถามแล้วครับ ?

ทำไมถึงต้องตรวจสุขภาพก่อนทำงาน

            โดยปกติแล้วคนที่จะต้องตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานนั้นจะเป็นคนที่เข้าทำงานในพื้นที่อันตราย หรือ พื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการทำงาน เช่น งานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีจำนวนมาก หรือ อย่างเช่น งานที่ต้องต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อันตรายจำเป้นต้องตรวจความพร้อมของร่างกาย และ เข้ารับการตรวจโรคประจำตัวต่าง ๆ เพื่อความพร้อมในการทำงาน

ถ้าเราไม่ตรวจสุขภาพก่อนทำงานเราผิดหรือไม่ ?

            ไม่มีกฎและข้อบังคับข้อใด ที่เราจะต้องตรวจสุขภาพก่อนทำงาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเราจะไม่สามารถทำงานได้โดยไม่ยอมตรวจสุขภาพก่อนทำงาน นะครับ เพราะคุณนั้นมีสิทธิ์ที่จะไม่ตรวจสุขภาพก่อนทำงานได้นะครับ แต่คุณจะต้องยอมรับการโดนปฏิเสธจาก ที่ที่คุณสมัครงานด้วยเช่นกันหากคุณไม่ยอมทำตามข้อกำหนดของเขา

ทำไมถึงต้องตรวจสุขภาพก่อนทำงาน

            ถึงแม้คุณจะไม่ได้ทำงานในพื้นที่เสี่ยงเช่นสารเคมีจำนวนมาก หรือ ในพื้นที่เสี่ยงภัย แต่ว่างานบางอย่างนั้นอาจจะใช้หลาย ๆ ปัจจัยในการทำงาน ซึ่งการตรวจสุขภาพนั้นถือเป็นเรื่องเริ่มต้นเพื่อวัดระดับคุณภาพ และ ความแข็งแรงของร่างกายว่าพอจะไปทำงานได้หรือไม่

ตรวจสุขภาพก่อนทำงาน

ข้อดีของการตรวจสุขภาพก่อนทำงาน       

            ก่อนที่จะจากกันไปเรามาลองดูข้อดีของการเลือกตรวจสุขภาพก่อนทำงาน กันก่อนดีกว่านะครับว่าการที่เราตรวจสุขภาพก่อนทำงาน มีอะไรดี ๆ บ้าง

                                ได้รู้ว่าสุขภาพตัวเองปัจจุบันเป็นอย่างไร : เช่น หนักเกินไปหรือไม่ อ้วนไปหรือเปล่า ? ถือเป็นการอัพเดตสุขภาพของเราในปัจจุบันได้ด้วย

                                มีโอกาสได้เข้าทำงานมากกว่า : สุขภาพที่ดีนั้นเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะมีโอกาสได้เข้าทำงานได้มากกว่า

                รู้อย่างนี้แล้ว ว่าการตรวจสุขภาพก่อนทำงานนั้นมีข้อดีอะไรบ้าง ? และทำไมควรถึงจะตรวจสุขภาพก่อนทำงานกันแล้ว ถ้าหากจะสมัครงานแล้วทางผู้สัมภาษณ์ขอใบรับรองการตรวจสุขภาพก็มีให้เขาจะดีกว่านะครับ โอกาสเข้าทำงานได้มีมากขึ้น

Related Post

ใช้สมุนไพรรักษาริดสีดวง ดียังไงใช้สมุนไพรรักษาริดสีดวง ดียังไง

ริดสีดวง เป็นโรคที่สร้างทั้งความเจ็บปวดทรมาน และความน่ารำคาญให้กับผู้ที่เป็นได้มากทีเดียว และโรคชนิดนี้ก็เกิดขึ้นได้ง่ายด้วย เพียงแค่รูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยน ก็มีโอกาสเป็นได้ทันที โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการกินและการขับถ่าย จะมีความเสี่ยงที่เกิดโรคริดสีดวงได้ง่าย หากเรารู้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าเป็น ก็ควรรีบใช้ สมุนไพรรักษาริดสีดวง รักษาทันที ในด้านการรักษาโรคริดสีดวงนั้นก็มีอยู่หลายวิธี ทั้งแบบพื้นบ้านด้วยการรักษาจากสมุนไพร กับแบบที่รักษาโดยแพทย์ปัจจุบัน แต่ตอนนี้เราจะมาดูข้อดีของการรักษาด้วยสมุนไพรกันก่อนว่ามีข้อดีอย่างไร เพราะสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาก็เป็นสมุนไพรไทยอยู่แล้ว ข้อดีของการใช้สมุนไพรในการรักษาริดสีดวง 1.หาได้ง่าย สมุนไพรที่ใช้ในการรักษาอย่างเช่น เพชรสังฆาต อักคีทวาร ว่าหางจระเข้ เป็นสมุนไพรที่หาได้ทั่วไปในบ้านเรา ในสมัยก่อนที่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ยังไม่เท่ากับยุคนี้ ก็จะใช้สมุนไพรตามบ้านที่มีสรรพคุณในการรักษาเหล่านี้ เป็นตัวช่วยในการรักษา ซึ่งก็ได้ผลไม่แพ้กัน ยิ่งบ้านไหนที่ปลูกเอาไว้ด้วย

เครื่องมือตรวจวัดสิ่งแวดล้อม

เครื่องมือตรวจวัดสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็นต่อสภาพแวดล้อมเครื่องมือตรวจวัดสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็นต่อสภาพแวดล้อม

เครื่องมือตรวจวัดสิ่งแวดล้อม เป็นเครื่องวัดทดสอบที่ถูกออกแบบมาเพื่อวัดและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในพื้นที่ต่างๆ ที่มีผลต่อการทำงาน เครื่องมือตรวจวัดสิ่งแวดล้อมเพื่อวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น โดยการสำรวจสภาพแวดล้อมในการทำงานเบื้องต้น ค้นหาสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กำหนดให้มีการตรวจวัดวิเคราะห์และประเมินผลเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายหรือมาตรฐานตามข้อแนะนำของสถาบันหรือองค์กรที่เป็นที่ยอมรับ จัดทำรายงานให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อการควบคุมป้องกันต่อไป สภาพแวดล้อมในการทำงาน ได้แก่ ความร้อน (Heat Stress) ตรวจวัดด้วยเครื่องมือตรวจวัดสิ่งแวดล้อมที่มีคุณลักษณะตามมาตรฐาน ISO 7243 หรือเทียบเท่า  ตรวจวัดระดับความร้อน WBGT เฉลี่ยปริมาณที่ผู้ปฏิบัติงานทำงานแห่งเดียวหรือหลายบริเวณที่มีสภาพแวดล้อมต่างกัน ประเมินภาระงานในช่วง 2 ชั่วโมงที่ร้อนที่สุด เป็นงานเบา, งานปานกลาง หรืองานหนัก ประเมินผลการตรวจวัดโดยเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระดับความร้อน และลักษณะความหนัก-เบาของงานกับเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด  แสงสว่าง (Light)

ชาเขียว

“ชาเขียว” ประโยชน์เน้น ๆ มากกว่าที่คุณคิด แต่ต้องดื่มเป็นถึงจะดีต่อสุขภาพร่างกาย“ชาเขียว” ประโยชน์เน้น ๆ มากกว่าที่คุณคิด แต่ต้องดื่มเป็นถึงจะดีต่อสุขภาพร่างกาย

หากถามว่าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของคุณคืออะไร เชื่อว่าหลายคนคนจะบอกตรงกันว่าเป็นเครื่องดื่มที่มาจากชาและสมุนไพรอย่างแน่นอน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชาเขียว” ที่นอกจากจะหอมอร่อยรสชาติดีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังจัดว่าเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย เรียกว่าเป็นหนึ่งในประเภทเครื่องดื่มที่มีประโยชน์เน้น ๆ ในทางสุขภาพจริง ๆ แต่อย่างไรก็ดีชาและสมุนไพรทุกชนิดนั้นก็ต้องรู้จักการดื่มกินและรู้จักใช้อย่างพอเหมาะด้วย อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดีแน่นอน มาดูกันดีกว่าว่าชาเขียวมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรและต้องดื่มอย่างไรถึงจะเป็นประโยชน์ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย  ชาเขียวกับประโยชน์ต่อสุขภาพในเชิงการแพทย์  มีงานศึกษาวิจัยทางการแพทย์มากมายเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือการออกฤทธิ์ในการดูแลสุขภาพร่างกาย และประโยชน์ในทางการแพทย์ของชาเขียว ซึ่งได้ชี้ให้เห็นว่าในพืชพันธุ์ที่เป็นชาและสมุนไพรชนิดนี้มีสารอาหารสำคัญอยู่หลายชนิด ซึ่งมีทั้งสารต้านอนุมมูลอิสระและ กรดอะมิโน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายของคนเราทำให้ชาชนิดนี้สามารถจัดเป็นหนึ่งในอาหารเสริมเพื่อสุขภาพได้เช่นกัน โดยงานวิจัยหลายชิ้นได้กล่าวถึงสรรพคุณของชาชนิดนี้ว่ามีผลต่อสุขภาพและโรคภัยดังนี้  ส่งผลบวกต่อการรักษาโรคความดันโลหิตสูง: งานวิจัยได้ระบุว่าชาวจีนมีการดื่มชากันมาเนิ่นนานนับพัน ๆ ปี ซึ่งพบว่าคนจีนในสมัยโบราณมีสุขภาพที่แข็งแรง จึงมีการศึกษาค้นคว้าจากสมมุติฐานนี้ลงไป โดยมีการสุ่มหาอาสาสมัครกลุ่มตัวอย่างที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง และให้พวกเขาทำการดื่มชาเขียวในปริมาณ 120-599 มิลลิลิตรเป็นประจำทุกวันในระยะหนึ่ง ซึ่งผลปรากฎว่าเมื่อมาทำการวัดระดับความดันโลหิตอีกครั้ง อาสาสมัครเหล่านั้นมีความดันโลหิตอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แม้ว่าไม่ได้ลดจนถึงระดับปกติ แต่ก็ถือว่าลดลง อย่างไรก็ก็มีบางงานวิจัยระบุว่าชาไม่ได้มีผลอะไรต่อความดันโลหิตเลยก็มีเหมือนกัน จึงยังเป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันต่อไป  ส่งผลต่อการป้องกันโรคกระดูดพรุน: มีการทดลองหนึ่งซึ่งเป็นทดลองที่ยาวนานมาก ให้อาสาสมัครดื่มชาเขียวต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี แล้วก็นำมาศึกษาวิเคราะห์ในเรื่องของความหนาแน่นของมวลกระดูก ซึ่งนักวิจัยพบว่าคนที่ดื่มชาเขียวต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปีนั้นมีมวลกระดูกหนาแน่นมากขึ้นกว่ากลุ่มที่ไม่ดื่ม จึงคาดกันว่าชาเขียวน่าจะมีส่วนช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคกระดูดพรุนได้  ชาเขียวแม้ดี แต่ถ้าดื่มไม่เป็นก็มีโทษ  ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกมีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ชาและสมุนไพรที่โลกยกย่องว่าเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพชั้นดีด้วยเช่นกัน ในชาเขียวนั้นแม้ว่าจะมีสารอาหารสำคัญที่ดีต่อร่างกายมากมาย แต่ก็ยังมีสารประเภทคาเฟอีน สารโพลีฟีนอล และสารแทนนินอยู่สูงมากด้วย ฉะนั้น ถ้าคุณดื่มชาเขียวต่อวันมากเกินไป คือ ประมาณวันละ 4 – 5 ถ้วยขึ้นไป ก็อาจจะส่งผลทำให้คุณนอนไม่ค่อยหลับ รู้สึกอึดอัดไม่สบายในเวลานอนได้ บางคนก็อาจรู้สึกมีอาการหัวใจเต้นเร็วขึ้นหรือเต้นผิดจังหวะ อีกทั้งใครที่ต้องรับประทานยารักษาโรคบางอย่าง เช่นยาละลายลิ่มเลือด การดื่มชาเขียวมากเกินไปอาจทำให้ฤทธิ์ของยาลดลงได้ รวมไปถึงสารแทนนินที่มีอยู่ในชาเชียวอาจส่งผลต่อการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย จึงไม่เหมาะกับคนที่อยู่ในภาวะธาตุเหล็กพร่องนั่นเอง  อย่างไรก็ดีก็ไม่ต้องกังวลมากไปเกี่ยวกับข้อเสียของชาเขียว ตราบใดที่คุณดื่มไม่มากเกินไปและไม่ดื่มบ่อยจนเกินไป ในหนึ่งวันอาจจะดื่มสัก 2-3 ถ้วยก็พอ คือตามจำนวนมื้ออาหาร และไม่จำเป็นต้องดื่มติดต่อกันทุกวันเสมอไป อาจจะวันเว้นวันก็ได้ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ประโยชน์เน้น ๆ ที่ดีต่อสุขภาพของชาและสมุนไพรรสชาติดีชนิดนี้แล้ว